ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการปฏิบัติงานพัสดุ หัวใจสำคัญของภาครัฐ
การปฏิบัติงานพัสดุถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นรากฐานของการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีความโปร่งใส การทำความเข้าใจความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการปฏิบัติงานพัสดุจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทั้งผู้ปฏิบัติงานภาครัฐและผู้ที่สนใจ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนการดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักธรรมาภิบาล บทความนี้จะนำเสนอภาพรวมที่ครอบคลุม ตั้งแต่หลักการพื้นฐาน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงแนวทางการปฏิบัติงานในด้านต่างๆ ที่คุณควรรู้
ความหมายและความสำคัญของการปฏิบัติงานพัสดุ
พัสดุ ตามความหมายของระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายถึงเพียงสิ่งของเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง และงานบริการต่างๆ ที่หน่วยงานภาครัฐจำเป็นต้องจัดหามาเพื่อใช้ในการดำเนินงาน การปฏิบัติงานพัสดุจึงครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน การจัดหา การบริหารจัดการระหว่างการใช้งาน ไปจนถึงการจำหน่ายพัสดุเมื่อหมดความจำเป็นหรือชำรุด
ความสำคัญของการปฏิบัติงานพัสดุมีหลายประการ ได้แก่
- ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ การดำเนินการตามระเบียบที่กำหนดช่วยลดโอกาสการทุจริตและสร้างความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายเงินสาธารณะ
- ประสิทธิภาพและประสิทธิผล การจัดหาพัสดุที่เหมาะสม ทันเวลา และได้คุณภาพ ช่วยให้หน่วยงานสามารถดำเนินภารกิจได้อย่างราบรื่นและบรรลุวัตถุประสงค์
- ความคุ้มค่า การจัดซื้อจัดจ้างในราคาที่เป็นธรรมและได้มาตรฐาน ช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดิน และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
- การปฏิบัติตามกฎหมาย การดำเนินการทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดทางกฎหมาย
กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
หัวใจสำคัญของความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการปฏิบัติงานพัสดุ คือการทำความเข้าใจกรอบกฎหมายและระเบียบที่กำกับการดำเนินงาน โดยมีพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เป็นกฎหมายหลักที่ใช้บังคับกับหน่วยงานของรัฐทุกประเภท พร้อมด้วยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และกฎกระทรวง ประกาศ และหนังสือเวียนต่างๆ ที่ออกมาเพื่อขยายความและกำหนดแนวทางปฏิบัติปลีกย่อย
กฎหมายและระเบียบเหล่านี้กำหนดหลักการสำคัญ เช่น ความโปร่งใส ความคุ้มค่า ประสิทธิภาพและประสิทธิผล และการตรวจสอบได้ รวมถึงกำหนดขั้นตอน วิธีการ และเงื่อนไขต่างๆ ในการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ เพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งภาครัฐ
แนวทางการปฏิบัติงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
การจัดซื้อจัดจ้างเป็นขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดในการได้มาซึ่งพัสดุที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ การทำความเข้าใจแนวทางการปฏิบัติงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอย่างถ่องแท้จึงเป็นสิ่งจำเป็น
หลักการและขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง
หลักการสำคัญ
- ความโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลและขั้นตอนให้สาธารณะชนตรวจสอบได้
- ความคุ้มค่า ได้พัสดุที่มีคุณภาพเหมาะสมในราคาที่สมเหตุสมผล
- ประสิทธิภาพและประสิทธิผล กระบวนการรวดเร็ว ไม่ซับซ้อน ได้พัสดุที่ตรงตามความต้องการ
- การตรวจสอบได้ ทุกขั้นตอนมีเอกสารหลักฐานชัดเจน
- การมีส่วนร่วม ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม
ขั้นตอนพื้นฐาน
- การวางแผน กำหนดความต้องการ, งบประมาณ, ระยะเวลา
- การกำหนดวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง เลือกวิธีที่เหมาะสมตามกฎหมาย
- การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ประกาศเชิญชวน, รับข้อเสนอ, พิจารณาผล
- การทำสัญญา/ข้อตกลง จัดทำเอกสารผูกพันคู่สัญญา
- การตรวจรับพัสดุ ตรวจสอบคุณภาพและจำนวนตามสัญญา
- การเบิกจ่าย ชำระเงินให้แก่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง
การจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี
การจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ต้องจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับปีงบประมาณถัดไป โดยแผนดังกล่าวต้องประกอบด้วยรายละเอียดที่สำคัญดังนี้
- รายการพัสดุ/งาน ระบุประเภทและรายละเอียดของพัสดุหรืองานบริการที่ต้องการจัดหา
- ประมาณการวงเงิน งบประมาณที่คาดว่าจะใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างแต่ละรายการ
- วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง ระบุวิธีที่คาดว่าจะใช้ (เช่น วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์, วิธีคัดเลือก, วิธีเฉพาะเจาะจง)
- ระยะเวลาที่คาดว่าจะดำเนินการ กำหนดกรอบเวลาสำหรับแต่ละขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้าง
- เหตุผลความจำเป็น ระบุความจำเป็นในการจัดหาพัสดุหรืองานนั้นๆ
การมีแผนที่ชัดเจนช่วยให้หน่วยงานสามารถเตรียมการล่วงหน้า ลดความล่าช้า และทำให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
วิธีการจัดซื้อจัดจ้างแต่ละประเภท
กฎหมายกำหนดวิธีการจัดซื้อจัดจ้างไว้หลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีมีเงื่อนไขและวงเงินที่แตกต่างกันไป การเลือกใช้วิธีที่ถูกต้องเป็นส่วนหนึ่งของความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการปฏิบัติงานพัสดุที่สำคัญ
- วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป (e-bidding) เป็นวิธีหลักสำหรับพัสดุหรืองานบริการที่มีวงเงินสูงกว่า 500,000 บาท โดยการประกาศเชิญชวนให้ผู้ประกอบการทั่วไปยื่นข้อเสนอผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างกว้างขวางและได้ราคาที่ดีที่สุด
- วิธีคัดเลือก ใช้ในกรณีที่มีข้อจำกัดบางประการ เช่น พัสดุที่มีลักษณะพิเศษ ผู้ประกอบการมีจำนวนจำกัด หรือมีความจำเป็นเร่งด่วน โดยหน่วยงานจะเชิญชวนผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดไม่น้อยกว่า 3 ราย มายื่นข้อเสนอ
- วิธีเฉพาะเจาะจง ใช้ในกรณีที่มีข้อจำกัดมากที่สุด เช่น พัสดุที่จำเป็นต้องซื้อจากผู้ประกอบการรายเดียว พัสดุที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท หรือเป็นกรณีเร่งด่วนที่ไม่สามารถใช้วิธีอื่นได้ทัน โดยหน่วยงานจะเลือกเชิญชวนผู้ประกอบการเพียงรายเดียว
- วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เป็นวิธีการที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันสำหรับพัสดุหรืองานที่มีวงเงินสูง เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจำนวนมากเข้ามาแข่งขันเสนอราคาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
- วิธีสอบราคา ปัจจุบันวิธีนี้ถูกปรับเปลี่ยนและรวมเข้ากับวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีคัดเลือกในหลายกรณี โดยมีหลักการคล้ายกับการเชิญชวนผู้ประกอบการหลายรายมายื่นเสนอราคาในรูปแบบต่างๆ
การเลือกใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่ถูกต้องตามระเบียบและเหมาะสมกับสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส
การบริหารพัสดุคงคลังและคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
หลังจากได้มาซึ่งพัสดุแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการบริหารจัดการพัสดุเหล่านั้นให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและมีประสิทธิภาพสูงสุด การบริหารพัสดุคงคลังและคลังสินค้าที่ดีจะช่วยลดความสูญเปล่า ประหยัดงบประมาณ และสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานได้อย่างต่อเนื่อง
การรับ การเก็บรักษา และการเบิกจ่ายพัสดุ
การรับพัสดุ
- การตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พัสดุและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีหน้าที่ตรวจสอบพัสดุที่ส่งมอบว่าถูกต้องตามรายการ คุณภาพ จำนวน และเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาหรือใบสั่งซื้อหรือไม่
- การบันทึก เมื่อตรวจรับเรียบร้อย จะต้องลงบัญชีหรือทะเบียนพัสดุเพื่อบันทึกการรับเข้าอย่างเป็นทางการ โดยระบุรายละเอียดสำคัญ เช่น วันที่รับ, จำนวน, ราคา, ผู้ขาย, และหน่วยงานที่ส่งมอบ
การเก็บรักษาพัสดุ
- สถานที่เก็บ จัดเก็บในสถานที่ที่เหมาะสม ปลอดภัย มีการระบายอากาศที่ดี ป้องกันความเสียหายจากสภาพแวดล้อม สัตว์พาหะ หรือการโจรกรรม
- การจัดหมวดหมู่ จัดเรียงพัสดุให้เป็นหมวดหมู่ มีป้ายกำกับชัดเจน เพื่อง่ายต่อการค้นหาและตรวจสอบ
- การบำรุงรักษา พัสดุบางชนิดอาจต้องการการบำรุงรักษาเป็นพิเศษ เช่น การสอบเทียบเครื่องมือ การตรวจสอบสภาพรถยนต์ เพื่อยืดอายุการใช้งาน
- ระบบควบคุม จัดทำระบบควบคุมพัสดุคงคลัง เช่น บัญชีคุมพัสดุ หรือระบบสารสนเทศ เพื่อให้ทราบยอดคงเหลือ สถานะ และประวัติการเคลื่อนไหวของพัสดุ
การเบิกจ่ายพัสดุ
- การอนุมัติ การเบิกจ่ายพัสดุต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจ โดยมีใบเบิกพัสดุเป็นหลักฐาน
- การบันทึก บันทึกการเบิกจ่ายในบัญชีหรือทะเบียนพัสดุ เพื่อปรับปรุงยอดคงเหลือให้เป็นปัจจุบัน
- หลักการ FIFO/LIFO (ถ้ามี) สำหรับพัสดุที่มีวันหมดอายุหรือมีการเปลี่ยนแปลงราคา ควรพิจารณาหลักการเข้าก่อนออกก่อน (First-In, First-Out) หรือเข้าหลังออกก่อน (Last-In, First-Out) เพื่อบริหารจัดการสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ
การตรวจสอบและควบคุมพัสดุ
การตรวจสอบและควบคุมพัสดุเป็นกิจกรรมต่อเนื่องที่สำคัญ เพื่อให้ข้อมูลพัสดุคงคลังมีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ
- การตรวจนับพัสดุประจำปี หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ต้องจัดให้มีการตรวจนับพัสดุคงเหลือ ณ วันสิ้นปีงบประมาณเป็นประจำทุกปี เพื่อเปรียบเทียบกับบัญชีหรือทะเบียนพัสดุ และหาสาเหตุของผลต่าง (ถ้ามี)
- การสอบทานและปรับปรุงข้อมูล ผลการตรวจนับจะนำไปใช้ในการสอบทานและปรับปรุงข้อมูลในทะเบียนพัสดุให้ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง
- การรายงาน จัดทำรายงานผลการตรวจนับและผลการสอบทานเสนอต่อผู้บริหาร เพื่อทราบสถานะของพัสดุและใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนต่อไป
- การระบุพัสดุที่ชำรุด/เสื่อมสภาพ/ไม่จำเป็น ในระหว่างการตรวจสอบ ควรระบุพัสดุที่ชำรุด เสื่อมสภาพ ล้าสมัย หรือไม่จำเป็นต้องใช้งานอีกต่อไป เพื่อเข้าสู่กระบวนการจำหน่ายต่อไป
การดำเนินการเหล่านี้ช่วยให้หน่วยงานสามารถบริหารจัดการพัสดุได้อย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงจากการสูญหายหรือเสียหาย
หลักเกณฑ์การจำหน่ายพัสดุราชการ
เมื่อพัสดุหมดความจำเป็น ไม่สามารถใช้งานได้ หรือไม่คุ้มค่าที่จะซ่อมแซม ก็ถึงเวลาที่จะต้องดำเนินการหลักเกณฑ์การจำหน่ายพัสดุราชการอย่างถูกต้องตามระเบียบ เพื่อปลดเปลื้องพัสดุเหล่านั้นออกจากบัญชีของหน่วยงาน
เหตุผลและวิธีการจำหน่ายพัสดุ
เหตุผลในการจำหน่ายพัสดุ
- ชำรุด เสื่อมสภาพ ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ หรือซ่อมแซมแล้วไม่คุ้มค่า
- ล้าสมัย เทคโนโลยีหรือการใช้งานเปลี่ยนแปลงไป ทำให้พัสดุนั้นไม่เหมาะสมกับการใช้งานในปัจจุบัน
- หมดความจำเป็น หน่วยงานไม่มีภารกิจที่ต้องใช้พัสดุนั้นอีกต่อไป
- สูญหาย พัสดุสูญหายหรือถูกโจรกรรมและไม่สามารถติดตามคืนได้
วิธีการจำหน่ายพัสดุ
- ขาย เป็นวิธีที่นิยมที่สุด โดยอาจใช้วิธีขายทอดตลาด (ประมูล) หรือขายโดยวิธีเฉพาะเจาะจง (เสนอขายให้แก่ผู้ที่สามารถซื้อได้)
- แลกเปลี่ยน แลกเปลี่ยนกับพัสดุอื่นที่หน่วยงานต้องการ โดยมีมูลค่าใกล้เคียงกัน
- โอน โอนให้แก่หน่วยงานของรัฐอื่น องค์กรสาธารณกุศล หรือหน่วยงานอื่นที่มีความจำเป็นและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
- บริจาค บริจาคให้แก่หน่วยงานของรัฐ องค์กรสาธารณกุศล หรือบุคคลทั่วไป
- ทำลาย ในกรณีที่พัสดุไม่มีมูลค่า ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ หรือเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม/สาธารณะ
ขั้นตอนและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
การจำหน่ายพัสดุมีขั้นตอนที่ชัดเจนและต้องมีเอกสารประกอบการดำเนินการอย่างครบถ้วน
- การแต่งตั้งคณะกรรมการ ผู้บริหารจะแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพัสดุเพื่อพิจารณาว่าพัสดุใดสมควรจำหน่ายด้วยเหตุผลใด และเสนอแนะวิธีการจำหน่าย
- การอนุมัติ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาแล้ว จะเสนอความเห็นต่อผู้มีอำนาจเพื่อพิจารณาอนุมัติให้จำหน่ายพัสดุนั้นๆ
- การดำเนินการจำหน่าย ปฏิบัติตามวิธีการจำหน่ายที่ได้รับอนุมัติ เช่น ประกาศขายทอดตลาด ติดต่อหน่วยงานเพื่อโอน หรือดำเนินการทำลาย
- การบันทึก บันทึกการจำหน่ายออกจากทะเบียนพัสดุหรือบัญชีสินทรัพย์ และจัดทำรายงานผลการจำหน่ายเสนอผู้บริหาร
- เอกสารหลักฐาน ต้องเก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายทั้งหมด เช่น รายงานคณะกรรมการ, คำสั่งอนุมัติ, หลักฐานการขาย/โอน/บริจาค/ทำลาย
การดำเนินการตามหลักเกณฑ์การจำหน่ายพัสดุราชการอย่างเคร่งครัดเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การปลดเปลื้องพัสดุออกจากบัญชีเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้
สรุปสาระสำคัญระเบียบพัสดุ
เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่สนใจ สรุปสาระสำคัญระเบียบพัสดุที่ควรรู้จะช่วยให้เห็นภาพรวมและจดจำประเด็นสำคัญได้ง่ายขึ้น
ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้
การปฏิบัติงานพัสดุภาครัฐอยู่ภายใต้หลักการและระเบียบที่มุ่งเน้นความโปร่งใส ความคุ้มค่า และประสิทธิภาพ นี่คือประเด็นสำคัญที่คุณควรจดจำ
- กฎหมายหลักคือ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานที่สำคัญที่สุด
- การวางแผนเป็นสิ่งสำคัญ การจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี ช่วยให้การดำเนินงานเป็นระบบและบรรลุเป้าหมาย
- เลือกวิธีจัดซื้อจัดจ้างให้เหมาะสม การเลือกวิธีที่ถูกต้องตามวงเงินและลักษณะพัสดุเป็นสิ่งจำเป็น
- คณะกรรมการมีบทบาทสำคัญ เช่น คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา, คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ, คณะกรรมการตรวจสอบพัสดุ มีหน้าที่ตรวจสอบและให้ความเห็นในแต่ละขั้นตอน
- เอกสารหลักฐานต้องครบถ้วน ทุกขั้นตอนต้องมีเอกสารประกอบการดำเนินงานที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
- การบริหารพัสดุหลังการจัดหา การบริหารพัสดุคงคลังและคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การรับ การเก็บรักษา ไปจนถึงการเบิกจ่าย เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาสภาพและมูลค่าของพัสดุ
- การจำหน่ายพัสดุต้องเป็นไปตามขั้นตอน เมื่อพัสดุหมดความจำเป็น ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์การจำหน่ายพัสดุราชการอย่างถูกต้อง
- ความรับผิดชอบ ผู้ปฏิบัติงานพัสดุต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดและผลกระทบทางกฎหมาย
การทำความเข้าใจความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการปฏิบัติงานพัสดุเหล่านี้ จะช่วยให้การดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการบริหารราชการที่ดี
การปฏิบัติงานพัสดุไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อนหากเราเข้าใจหลักการและปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนดไว้ การศึกษาและทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำงานได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพสูงสุด และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภาครัฐให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน
Frequently Asked Questions
การปฏิบัติงานพัสดุคืออะไร?
การปฏิบัติงานพัสดุคือกระบวนการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการได้มา การบริหารจัดการ และการจำหน่ายพัสดุของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน การจัดซื้อจัดจ้าง การควบคุมพัสดุคงคลัง ไปจนถึงการจำหน่ายเมื่อพัสดุหมดความจำเป็นหรือชำรุด
กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานพัสดุคืออะไร?
กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานพัสดุคือ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
ทำไมการจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีจึงสำคัญ?
การจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้หน่วยงานสามารถวางแผนการใช้จ่ายงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความล่าช้าในการดำเนินงาน และสร้างความโปร่งใสในการจัดหาพัสดุ
มีวิธีการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกี่วิธี?
วิธีการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐหลักๆ ได้แก่ วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป (e-bidding), วิธีคัดเลือก, และวิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งแต่ละวิธีมีเงื่อนไขและวงเงินที่แตกต่างกัน
เมื่อพัสดุชำรุดหรือไม่ใช้งานแล้ว ต้องทำอย่างไร?
เมื่อพัสดุชำรุด เสื่อมสภาพ หรือหมดความจำเป็น ต้องดำเนินการจำหน่ายพัสดุตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งอาจทำได้โดยการขาย แลกเปลี่ยน โอน บริจาค หรือทำลาย โดยต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจ







