ศูนย์รวมแนวข้อสอบราชการทุกหน่วยงาน จัดส่งฟรี!!

ฟรีเนื้อหาสรุปและแนวข้อสอบ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560) ถือเป็นกฎหมายสำคัญที่เข้ามาปฏิรูปและยกระดับการดำเนินงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของหน่วยงานภาครัฐให้มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และสามารถตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น ด้วยวัตถุประสงค์หลักในการป้องกันการทุจริต ประหยัดงบประมาณของแผ่นดิน และส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม การทำความเข้าใจหลักการและสาระสำคัญของ พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ปฏิบัติงานภาครัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไปที่เกี่ยวข้อง

หลักการและเหตุผลสำคัญของ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560

ก่อนหน้าที่จะมี พ.ร.บ. ฉบับนี้ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐดำเนินการภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ซึ่งมีข้อจำกัดและช่องโหว่บางประการ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 จึงถูกตราขึ้นเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องเหล่านั้น โดยมีหลักการสำคัญดังนี้:

  • ความโปร่งใสและตรวจสอบได้: กำหนดให้ทุกขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้างต้องเปิดเผยและสามารถตรวจสอบได้โดยสาธารณะ เพื่อป้องกันการทุจริตและสร้างความเชื่อมั่น
  • ความคุ้มค่า: มุ่งเน้นให้การจัดซื้อจัดจ้างเกิดประโยชน์สูงสุดต่อหน่วยงานของรัฐและประเทศชาติ โดยพิจารณาทั้งในด้านคุณภาพ ราคา และประโยชน์ใช้สอย
  • ประสิทธิภาพและประสิทธิผล: ปรับปรุงกระบวนการให้มีความรวดเร็ว ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการดำเนินการ
  • หลักธรรมาภิบาล: ส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต เป็นธรรม และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ
  • การส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม: เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกรายสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้อย่างเท่าเทียมกัน

สาระสำคัญที่ควรทราบ

ขอบเขตการบังคับใช้

พ.ร.บ. ฉบับนี้ใช้บังคับกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของหน่วยงานของรัฐทุกประเภท ได้แก่ ส่วนราชการ, รัฐวิสาหกิจ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, หน่วยงานอื่นของรัฐ, และหน่วยงานในกำกับของรัฐที่กฎหมายกำหนด

คำนิยามสำคัญ

  • “พัสดุ” หมายถึง วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง และทรัพย์สินอื่นใดที่ใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารงานของหน่วยงานของรัฐ รวมถึงการบริการต่างๆ ด้วย
  • “การจัดซื้อจัดจ้าง” หมายความรวมถึง การซื้อ การจ้าง การเช่า การแลกเปลี่ยน การกู้ การยืม การเช่าซื้อ การจ้างทำของ การจ้างเหมาบริการ และการจ้างออกแบบและควบคุมงาน

วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง (มาตรา 55)

พ.ร.บ. กำหนดวิธีการจัดซื้อจัดจ้างไว้ 6 วิธีหลัก ดังนี้

  1. วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป: เป็นวิธีหลักที่ต้องดำเนินการ โดยการประกาศเชิญชวนผู้ประกอบการทั่วไปให้ยื่นข้อเสนอ
  2. วิธีคัดเลือก: ใช้ในกรณีที่มีข้อจำกัดบางประการ เช่น มีผู้ประกอบการที่สามารถทำงานได้จำกัด หรือต้องการพัสดุที่มีคุณสมบัติเฉพาะ
  3. วิธีเฉพาะเจาะจง: ใช้ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หรือพัสดุนั้นมีผู้ผลิต/จำหน่าย/ผู้ให้บริการรายเดียว หรือมีวงเงินไม่สูงมากตามที่กำหนด
  4. วิธีกรณีพิเศษ: ใช้สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างบางประเภทที่กฎหมายหรือระเบียบกำหนด เช่น การจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ หรือพัสดุสำหรับงานวิจัย
  5. วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding): เป็นวิธีการที่ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และเป็นวิธีหลักในปัจจุบัน
  6. วิธีสอบราคา: ถูกยกเลิกและนำไปรวมกับการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในทางปฏิบัติ หรือใช้วิธีอื่นแทนใน พ.ร.บ. ฉบับใหม่ (หมายเหตุ: วิธีสอบราคาไม่ได้เป็นวิธีหลัก 6 วิธีในมาตรา 55 แล้ว แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิธีกรณีพิเศษ หรือเป็นวิธีในระเบียบเดิมที่ถูกปรับเปลี่ยน)

(แก้ไขข้อมูลเพิ่มเติมจากที่ค้นพบ: พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 กำหนดวิธีการจัดซื้อจัดจ้างเป็น 6 วิธีได้แก่ วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป, วิธีคัดเลือก, วิธีเฉพาะเจาะจง, วิธีพิเศษ, วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์, และการจ้างที่ปรึกษาหรือผู้รับจ้าง) เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา 55 ของกฎหมาย

คณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.บ. ฉบับนี้กำหนดให้มีคณะกรรมการที่สำคัญหลายชุด เช่น คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ, คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ, และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ซึ่งมีบทบาทในการกำหนดนโยบาย วินิจฉัยปัญหา และพิจารณาข้อร้องเรียนต่างๆ

การศึกษา พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 อย่างถ่องแท้ จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถดำเนินงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินอย่างคุ้มค่าสูงสุด

แนวข้อสอบ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

คำชี้แจง: ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด

  1. พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มีวัตถุประสงค์หลักข้อใด ยกเว้น ข้อใด

    1. เพื่อป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง
    2. เพื่อส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม
    3. เพื่อลดขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้
    4. เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้จ่ายเงินภาครัฐ

    เฉลย: ค. (พ.ร.บ. มุ่งเน้นประสิทธิภาพ แต่ไม่ใช่การลดขั้นตอนให้สั้นที่สุดโดยไม่คำนึงถึงความโปร่งใสและความถูกต้อง)

  2. หน่วยงานใด ไม่อยู่ ภายใต้บังคับใช้ของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

    1. ส่วนราชการ
    2. รัฐวิสาหกิจ
    3. บริษัทเอกชนทั่วไปที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ
    4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

    เฉลย: ค. (บริษัทเอกชนทั่วไปที่ได้รับสัมปทานจากรัฐไม่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. นี้โดยตรง เว้นแต่จะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐเพื่อการจัดซื้อจัดจ้างนั้นๆ และเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด)

  3. คำว่า “พัสดุ” ตามความหมายใน พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 ข้อใดถูกต้องที่สุด

    1. หมายถึง วัสดุและครุภัณฑ์เท่านั้น
    2. หมายถึง วัสดุ ครุภัณฑ์ และสิ่งก่อสร้าง
    3. หมายถึง วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง และทรัพย์สินอื่นใด รวมถึงการบริการด้วย
    4. หมายถึง เฉพาะทรัพย์สินที่จับต้องได้เท่านั้น

    เฉลย: ค. (พัสดุมีความหมายครอบคลุมทั้งทรัพย์สินและบริการ)

  4. วิธีการจัดซื้อจัดจ้างตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 ข้อใดเป็นวิธีการหลักที่ต้องดำเนินการเป็นอันดับแรก

    1. วิธีคัดเลือก
    2. วิธีเฉพาะเจาะจง
    3. วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป
    4. วิธีกรณีพิเศษ

    เฉลย: ค. (วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปเป็นหลักการพื้นฐานที่ส่งเสริมการแข่งขัน)

  5. การจัดซื้อจัดจ้างด้วย วิธีเฉพาะเจาะจง จะใช้ในกรณีใด

    1. เมื่อมีผู้ประกอบการยื่นข้อเสนอจำนวนมาก
    2. เมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจรอการดำเนินการปกติได้
    3. เมื่อต้องการจัดซื้อพัสดุที่มีราคาแพงมาก
    4. เมื่อหน่วยงานต้องการเลือกผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งเป็นพิเศษ

    เฉลย: ข. (หนึ่งในเงื่อนไขการใช้วิธีเฉพาะเจาะจงคือกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน)

  6. คณะกรรมการใดมีบทบาทในการกำหนดนโยบายและวางแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐโดยรวม

    1. คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์
    2. คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    3. คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    4. คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

    เฉลย: ค. (คณะกรรมการนโยบายฯ มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย)

  7. ข้อใดเป็นหลักการสำคัญของ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 ที่มุ่งเน้นให้การใช้จ่ายเงินภาครัฐเกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าที่สุด

    1. หลักความรวดเร็ว
    2. หลักความประหยัด
    3. หลักความโปร่งใส
    4. หลักความคุ้มค่า

    เฉลย: ง. (หลักความคุ้มค่า ครอบคลุมทั้งประหยัดและได้ประโยชน์สูงสุด)

  8. การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการใดที่ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นหลักและเป็นวิธีที่ถูกผลักดันให้ใช้ในปัจจุบัน

    1. วิธีคัดเลือก
    2. วิธีเฉพาะเจาะจง
    3. วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    4. วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป (แบบแมนนวล)

    เฉลย: ค. (e-bidding เป็นวิธีการที่ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี)

  9. ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 “การจัดซื้อจัดจ้าง” หมายความรวมถึงข้อใด

    1. การซื้อ การจ้าง และการเช่าเท่านั้น
    2. การซื้อ การจ้าง การเช่า และการแลกเปลี่ยน
    3. การซื้อ การจ้าง การเช่า การแลกเปลี่ยน การกู้ การยืม การเช่าซื้อ และการจ้างทำของ
    4. การซื้อ การจ้าง การเช่า การแลกเปลี่ยน การกู้ การยืม การเช่าซื้อ การจ้างทำของ การจ้างเหมาบริการ และการจ้างออกแบบและควบคุมงาน

    เฉลย: ง. (ความหมายของการจัดซื้อจัดจ้างตาม พ.ร.บ. ครอบคลุมกิจกรรมเหล่านี้ทั้งหมด)

  10. ข้อใดเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้มีการยกเลิกและปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ และตราเป็น พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560

    1. ระเบียบเดิมมีความทันสมัยเกินไป
    2. ต้องการให้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามหลักสากลมากขึ้น
    3. ระเบียบเดิมมีช่องโหว่และข้อจำกัดที่ไม่เอื้อต่อความโปร่งใสและประสิทธิภาพ
    4. ต้องการลดอำนาจของคณะกรรมการต่างๆ

    เฉลย: ค. (พ.ร.บ. ถูกตราขึ้นเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของระเบียบเดิม)